ลิเวอร์พูลในยุคของผู้จัดการทีมเจอร์เก้น คล็อปป์นั้นชอบเล่นแผนที่เรียกว่าเกเก้น เพรสซิ่ง นั่นคือการแย่งบอลจากคู่ต่อสู้มาครองอย่างรวดเร็วตั้งแต่แดนหน้า วิธีนี้ทำให้พวกเขาต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอดเพื่อบีบเอาบอลมาเล่น ทำให้ผู้เล่นของลิเวอร์พูลเคยมีอาการบาดเจ็บที่น่องพร้อมกัน7คนมาแล้วในฤดูกาล2016-2017แต่คล็อปป์ก็ยังไม่เปลี่ยนวิธีการเล่น

มาจนถึงท้ายฤดูกาล2017-2018พวกเขามาไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก โดยมีมีกองกลางอาชีพเหลือเพียง3คน นักเตะอย่างอดัม ลัลลานา ,เอ็มเร่ ชานและ อเล็กซ์ อ็อกเหลด แชมเบอร์เลน บาดเจ็บทั้งหมดส่วนฟิลิปเปคูตินโญ่ นั้นย้ายทีมไปตั้งแต่เดือนมกราคม2018แล้ว

ลิเวอร์พูลมีตัวยืนอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ,จอร์แดน เฮนเดอร์สันและจอร์จินิโอ ไวนัลดุล ด้วยงบประมาณของสโมสรที่จำกัด คล็อปป์เข้าตลาดซื้อขายในหน้าหนาวและได้เฟอร์กิล ฟานไดซ์มาเพียงคนเดียว ด้วยราคาถึง75ล้านปอนด์ เวลาเพียง 1 เดือนนั้นสั้นเกินไปที่คล็อปป์จะหาในนักเตะในแบบที่เขาต้องการมาร่วมทีม เขาบอกว่าต้องการนักเตะที่ไม่ใช่พวกน้ำเต็มแก้ว และหวังแต่จะได้ค่าเหนื่อยมหาศาล

นักเตะที่มาใหม่ต้องมีความกระหายพร้อมจะเรียนรู้ คล็อปป์ยังมีตัวสำรองในตำแหน่งกองหน้าอย่างโดมินิก โซลันเก้และแดนนี่ อิงค์ แต่ทั้ง2คนถูกมองว่าห่างชั้นเกินไปจากตัวจริงอย่างซาดิโอ มาเน่ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโนและโมฮาเหม็ด ซาลาร์ แต่ฟุตบอลนัดชิงเพียงนัดเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้ ปอร์โตในยุคของโจเซ่ มูรินโญ่และลิเวอร์พูลในยุคของราฟาเอล เบนิเตซก็เคยทำได้มาแล้ว